Research
Discussion Paper
PIERspectives
aBRIDGEd
PIER Blog
Events
Conferences
Research Workshops
Policy Forums
Seminars
Exchanges
Research Briefs
Community
PIER Research Network
Visiting Fellows
Funding and Grants
About Us
Our Organization
Announcements
PIER Board
Staff
Work with Us
Contact Us
TH
EN
Research
Research
Discussion Paper
PIERspectives
aBRIDGEd
PIER Blog
The Differential Impact of Aging on Structural Change: Insights from Cross-Country Analysis Based on Income Levels
Latest discussion Paper
The Differential Impact of Aging on Structural Change: Insights from Cross-Country Analysis Based on Income Levels
เมื่อเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนเร็วกว่าเครื่องชี้: MPI กำลังตามภาคการผลิตไม่ทันหรือไม่?
Latest aBRIDGEd
เมื่อเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนเร็วกว่าเครื่องชี้: MPI กำลังตามภาคการผลิตไม่ทันหรือไม่?
Events
Events
Conferences
Research Workshops
Policy Forums
Seminars
Exchanges
Research Briefs
อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยกับการเปลี่ยนผ่านทางด้านเทคโนโลยี
Latest PIER Economics Seminar
อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยกับการเปลี่ยนผ่านทางด้านเทคโนโลยี
PIER Research Workshop ประจำปี 2569
Latest workshop
PIER Research Workshop ประจำปี 2569
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์
Puey Ungphakorn
Institute for
Economic Research
Puey Ungphakorn Institute for Economic Research
Community
Community
PIER Research Network
Visiting Fellows
Funding and Grants
PIER Research Network
PIER Research Network
Funding & Grants
Funding & Grants
About Us
About Us
Our Organization
Announcements
PIER Board
Staff
Work with Us
Contact Us
Staff
Staff
คุณเจตวัฒน์ ภัทรรังรอง บรรยายในหัวข้อ “Trade Diversion, Supply-Chain Reconfiguration, and Rerouting During the U.S.–China Trade War”
Latest announcement
คุณเจตวัฒน์ ภัทรรังรอง บรรยายในหัวข้อ “Trade Diversion, Supply-Chain Reconfiguration, and Rerouting During the U.S.–China Trade War”
aBRIDGEdabridged
Making Research Accessible
QR code
Year
2026
2025
2024
2023
...
Topic
Development Economics
Macroeconomics
Monetary Economics
Labor and Demographic Economics
...
/static/9259fc01d67f72d14b22021ad8abb4ee/41624/cover.jpg
27 August 2026
20261787788800000

เมื่อเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนเร็วกว่าเครื่องชี้: MPI กำลังตามภาคการผลิตไม่ทันหรือไม่?

ชวนสำรวจข้อจำกัดของ MPI ในการสะท้อนกิจกรรมภาคการผลิตของไทย
Saranchana ThitisawanPanisa Santisarun
เมื่อเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนเร็วกว่าเครื่องชี้: MPI กำลังตามภาคการผลิตไม่ทันหรือไม่?
excerpt

บทความนี้แสดงถึงข้อจำกัดของเครื่องชี้ MPI ที่ไม่สามารถสะท้อนภาพกิจกรรมการผลิตของไทยภายใต้โครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนจากความสัมพันธ์ระหว่าง MPI และเครื่องชี้อื่น ๆ ที่เคลื่อนไหวแตกต่างกันมากขึ้นในระยะหลัง โดยความคลาดเคลื่อน (measurement gap) ของ MPI เกิดจาก 3 มิติสำคัญ ได้แก่ ความครอบคลุมของการเก็บข้อมูล (coverage) การวัดผลผลิตที่ไม่สะท้อนการพัฒนาด้านคุณภาพ (quality) และโครงสร้างน้ำหนักดัชนีที่ไม่สะท้อนอุตสาหกรรมใหม่ (weight) ดังนั้น การปรับปรุงดัชนี MPI ให้ครอบคลุมและทันสมัย เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินภาวะเศรษฐกิจ การกำหนดนโยบาย และการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาคอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญและมีสัดส่วนราวหนึ่งในสี่ของเศรษฐกิจไทย และเป็นฐานสำคัญของการส่งออก การติดตามภาคอุตสาหกรรมจึงมีความสำคัญต่อทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบายและนักลงทุน โดยตัวชี้วัดที่สะท้อนกิจกรรมในภาคดังกล่าวคือ “GDP ภาคการผลิตอุตสาหกรรม1” แต่ตัวชี้วัดดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านความถี่ของข้อมูลที่เผยแพร่เป็นรายไตรมาสและรายปี ทำให้ในทางปฏิบัติหน่วยงานต่าง ๆ มักใช้เครื่องชี้รายเดือนอย่าง “ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index: MPI)2” มาเป็นตัวสะท้อนกิจกรรมการผลิตที่เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรม

ในอดีต MPI สะท้อนการผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยได้เป็นอย่างดี และมักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับ GDP ภาคการผลิตอุตสาหกรรม รวมถึงการส่งออกสินค้า อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา โครงสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทั้งจากการเข้ามาของอุตสาหกรรมใหม่ ห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนขึ้น และการลงทุนจากต่างประเทศในสาขาที่ใช้เทคโนโลยีสูง ทำให้การส่งออกที่ขยายตัวดี อาจไม่ได้สัมพันธ์กับการผลิตในประเทศได้มากเหมือนเดิม สะท้อนผ่าน MPI ที่ในระยะหลังตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา เคลื่อนไหวแตกต่างจากการส่งออกมากขึ้นและมีทิศทางการเติบโตตรงข้ามกัน (ตารางที่ 1) หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง MPI และ GDP ภาคการผลิตอุตสาหกรรมก็เริ่มอ่อนลง (รูปที่ 1)

ตารางที่ 1: Growth ของ MPI เทียบกับ GDP ภาคอุตสาหกรรมและมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม
%YoYเครื่องชี้ MPIGDP ภาคอุตสาหกรรมมูลค่าการส่งออก สินค้าภาคอุตสาหกรรม
2564-661.5%1.4%9.8%
2567-0.5%-0.3%3.9%
2568-0.4%0.4%12.8%
2569H1-0.4%0.5%21.4%
ที่มา: สศอ. และกรมศุลกากร คำนวณโดย ธปท.
รูปที่ 1 Correlation ของ MPI กับ GDP ภาคอุตสาหกรรมและมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

Correlation ของ MPI กับ GDP ภาคอุตสาหกรรมและมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

หมายเหตุ: คำนวณ rolling correlation โดยใช้ %YoY ของ 12 ไตรมาสย้อนหลังที่มา: สศอ. สศช. และกรมศุลกากร คำนวณโดย ธปท.

ด้วยเหตุนี้จึงเกิดคำถามตามมาว่า ภาคการผลิตของไทยกำลังอ่อนแอลง หรือเครื่องมือที่เราใช้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่าง MPI กำลังตามการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจไม่ทัน ผู้เขียนได้พิจารณาสมมติฐานที่ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่าง MPI และการส่งออกสินค้าเคลื่อนไหวแตกต่างกันมากขึ้นใน 4 ประเด็น ได้แก่

  1. ความแตกต่างของลักษณะข้อมูล โดยการส่งออกวัดเป็นมูลค่า ขณะที่ MPI วัดในรูปปริมาณ จึงไม่จำเป็นต้องไปด้วยกันได้
  2. การส่งออกอาจเกิดจากการระบายสินค้าคงคลัง ทำให้ไม่จำเป็นต้องเห็นการผลิตเพิ่มขึ้น
  3. บทบาทที่เพิ่มขึ้นของผู้ค้า (trader) และการสวมสิทธิ (transshipment) ทำให้การผลิตไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นตามการส่งออก และ
  4. อุปสงค์ในประเทศยังอ่อนแอ ทำให้แม้ว่าการส่งออกขยายตัว แต่การผลิตรวมในประเทศมีทิศทางไม่ไปด้วยกันได้

ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างการส่งออกและเครื่องชี้ MPI ในภาคผนวก พบว่าทั้ง 4 ประเด็นข้างต้น มีส่วนอธิบายความแตกต่างได้ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายช่องว่างความแตกต่างที่เกิดขึ้นทั้งหมด3 ข้อค้นพบนี้บ่งชี้ว่า MPI ในปัจจุบันมีข้อจำกัดในการสะท้อนกิจกรรมภาคการผลิต โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังเช่นช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ส่วนที่ 1: ความคลาดเคลื่อน (measurement gap) ของ MPI เกิดขึ้นในมิติใดได้บ้าง

ในระยะหลัง โครงสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากฐานการผลิตสินค้าเดิมไปสู่สินค้าใหม่ ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนจาก contribution to growth ของการส่งออกที่ขับเคลื่อนจากหมวดอิเล็กทรอนิกส์อย่างชัดเจน (รูปที่ 2) สอดคล้องกับภาพการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ขับเคลื่อนโดยอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเป็นหลัก ทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ การผลิตอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร และยานยนต์ (รูปที่ 3) สะท้อนว่า supply capacity ใหม่ของไทยกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมใหม่มากขึ้น

รูปที่ 2: ที่มาของการขยายตัวของการส่งออก

ที่มาของการขยายตัวของการส่งออก

ที่มา: กรมศุลกากร คำนวณโดย ธปท.
รูปที่ 3: มูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI

มูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) คำนวณโดย ธปท.

แนวโน้มข้างต้น ทำให้ MPI เผชิญความท้าทาย measurement gap ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่

  1. Coverage: ความครอบคลุมของสินค้าใหม่และโรงงานใหม่ไม่ครบถ้วน ระยะหลังสินค้าหลายชนิด มีบทบาททางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ชิ้นส่วนสำหรับ ดาต้าเซ็นเตอร์ อุปกรณ์โทรคมนาคม สินค้าเกี่ยวเนื่องกับ AI และ EV ความท้าทายด้าน coverage ของ MPI จึงเกิดขึ้นได้ใน 2 มิติ คือ

    a. Coverage ด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ สินค้าบางประเภทยังไม่ถูกจัดเก็บใน MPI เช่น อุปกรณ์โทรคมนาคม และ คอมพิวเตอร์ ซึ่งในระยะหลังเห็นมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (รูปที่ 4) และ b. Coverage ด้านโรงงานหรือกลุ่มตัวอย่างใหม่ แม้บางผลิตภัณฑ์จะอยู่ในขอบเขตการจัดเก็บ MPI แล้ว แต่หากมีโรงงานใหม่เปิดเพิ่มขึ้นมากในระยะหลัง เนื่องจากมีการลงทุนใหม่ ๆ จาก BOI เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โรงงานเหล่านี้อาจยังไม่ถูกจัดเก็บในกลุ่มตัวอย่างของ MPI โดยเฉพาะในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า สะท้อนในมูลค่าการส่งออกและมูลค่ายอดขายหน้าโรงงานเพื่อการส่งออกที่ฉีกจากกันมากขึ้นตั้งแต่ปี 2565 (รูปที่ 5)

รูปที่ 4: มูลค่าส่งออกหมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม

มูลค่าส่งออกหมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม

ที่มา: สศอ. คำนวณโดย ธปท.
รูปที่ 5: มูลค่าส่งออกและยอดขายหน้าโรงงานเพื่อการส่งออกของหมวดเคร่ื่องใช้ไฟฟ้า

มูลค่าส่งออกและยอดขายหน้าโรงงานเพื่อการส่งออกของหมวดเคร่ื่องใช้ไฟฟ้า

หมายเหตุ: มูลค่าการส่งออกของหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าหักชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มา: สศอ. และกรมศุลกากร คำนวณโดย ธปท.
  1. Quality: การวัดเชิงปริมาณไม่สะท้อนคุณภาพหรือความสามารถที่เพิ่มขึ้นของสินค้าเทคโนโลยี ทำให้แม้ว่าจะเห็นข้อมูลการผลิตที่เป็นจำนวนชิ้นลดลงหรือทรงตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าการเติบโตของการผลิตในอุตสาหกรรมนี้จะต้องต่ำตาม เช่น HDD ที่มีประสิทธิภาพต่อหน่วยสูงขึ้น ทั้งการเพิ่มความจุในการจัดเก็บและความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูล การนับการผลิตใน MPI ที่นับจำนวนชิ้นเป็นหลักจะทำให้การเติบโตที่แท้จริงของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีถูกประเมินต่ำกว่ากว่าเป็นจริง ดังเห็นได้จากยอดขาย HDD ในเชิงมูลค่าและจำนวนชิ้นต่างกันมากขึ้น (รูปที่ 6)
รูปที่ 6: ยอดขายหน้าโรงงาน (shipment) หมวด HDD

ยอดขายหน้าโรงงาน (shipment) หมวด HDD

ที่มา: สศอ. คำนวณโดย ธปท.
  1. Weight: เศรษฐกิจเปลี่ยน แต่โครงสร้างน้ำหนักยังสะท้อนอดีต โดยทั่วไปการจัดทำดัชนีจำเป็นต้องกำหนดน้ำหนัก ดัชนี MPI ซึ่งวัดการเปลี่ยนแปลงของปริมาณผลผลิตอุตสาหกรรมก็เช่นกัน เมื่อต้องการรวมสินค้าหรืออุตสาหกรรมจำนวนมากให้เป็นดัชนีเดียว ต้องใช้ “น้ำหนัก” เพื่อบอกว่าสินค้าแต่ละกลุ่มมีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมมากน้อยเพียงใด ปัจจุบัน MPI ถูกจัดทำโดยใช้น้ำหนักจากโครงสร้างมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมในปีฐาน 2564 ดังนั้น ความท้าทายคือ หากตั้งแต่ปี 2565 อุตสาหกรรมดั้งเดิมที่เติบโตช้ามีสัดส่วนสูง ขณะที่อุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตเร็วมีสัดส่วนต่ำเกินไป MPI จะสะท้อนภาพเศรษฐกิจช้ากว่าความเป็นจริง ซึ่งปัญหาดังกล่าวสะท้อนความท้าทายของ การจัดทำสถิติในโลกที่โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนที่ 2: ทำไมการปรับปรุงข้อมูล MPI จึงสำคัญ?

การปรับปรุงข้อมูล MPI ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางสถิติเพียงเท่านั้น แต่หากเครื่องชี้ไม่สามารถสะท้อนกิจกรรมการผลิตในบริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันได้อย่างครบถ้วนย่อมส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจดำเนินนโยบายของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ในมิติการดำเนินนโยบายภาครัฐ ข้อมูลที่ครบถ้วนและทันการณ์ช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถประเมินสถานการณ์ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย และเลือกใช้มาตรการต่าง ๆ ได้สอดคล้องกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ขณะที่ภาคธุรกิจอาจใช้ MPI เป็นเครื่องชี้ประกอบการประเมินภาวะอุตสาหกรรมโดยรวมเพื่อสนับสนุนการวางแผนการผลิตและการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ

นอกจากนี้ ในบริบทการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับแหล่งกำเนิดสินค้า (rules of origin) และกิจกรรมการผลิตที่เกิดขึ้นจริงภายในประเทศมากขึ้น การที่เครื่องชี้ไม่สามารถสะท้อนกิจกรรมการผลิตที่เกิดขึ้นจริง และถูกนำไปพิจารณาร่วมกับเครื่องชี้อื่น เช่น การส่งออก และการนำเข้า อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และนำไปสู่ความเสี่ยงในการประเมินประเด็นด้านการสวมสิทธิ (transshipment) ดังนั้น การปรับปรุง MPI จะช่วยให้การวิเคราะห์ฐานการผลิตของประเทศได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้น และเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการพิจารณาดำเนินมาตรการทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลักที่เข้มงวดขึ้นในอนาคต

ส่วนที่ 3: ความร่วมมือของภาครัฐในการยกกระดับการจัดทำข้อมูล MPI

ข้อจำกัดของดัชนี MPI ที่กล่าวมานี้ เป็นสิ่งที่ภาครัฐตระหนักและให้ความสำคัญในการปรับปรุงข้อมูลโดยเห็นตรงกันว่าการมีข้อมูลที่สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างถูกต้อง ครอบคลุม และทันการณ์มากขึ้น เป็นรากฐานสำคัญของการกำหนดนโยบายที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้องและตรงจุด จึงได้มีการจัดตั้งคณะทำงานปรับปรุงข้อมูลเศรษฐกิจเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างกระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมทั้งคณะทำงานจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องอีก 11 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันปรับปรุงและยกระดับคุณภาพของเครื่องชี้เศรษฐกิจสำคัญของประเทศจำนวน 12 เครื่องชี้

ในบรรดาเครื่องชี้ต่าง ๆ ดัชนี MPI เป็นเครื่องชี้ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญในการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในกรณีที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านการสวมสิทธิ (transshipment) และมีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดมากขึ้น โดย MPI เป็นหนึ่งในข้อมูลประกอบการพิจารณาที่อาจส่งผลต่อการประเมินความสามารถในการแข่งขันและสถานะทางการค้าของไทยในสายตาสหรัฐฯ ซึ่งแนวทางการพัฒนาเครื่องชี้ MPI ที่อยู่ระหว่างดำเนินงานประกอบด้วย การขยาย coverage ของผลิตภัณฑ์และโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ การพัฒนาแนวทาง quality adjustment สำหรับสินค้าที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การปรับโครงสร้างน้ำหนัก (weight) ให้สะท้อนเศรษฐกิจปัจจุบันมากขึ้น ตลอดจนการเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหลายหน่วยงานเพื่อเพิ่มความแม่นยำของข้อมูลภาคการผลิตของไทย

โดยสรุป การที่เศรษฐกิจไทยกำลังเปลี่ยนเร็วกว่าเครื่องมือที่ใช้วัด การยกระดับข้อมูล MPI จึงเป็นมากกว่าการปรับปรุงสถิติภาคอุตสาหกรรม เพราะจะช่วยให้ไทยสามารถมองเห็นกิจกรรมการผลิตที่แท้จริงได้ชัดเจนขึ้น เข้าใจตำแหน่งของประเทศในห่วงโซ่อุปทานโลกได้ดีขึ้น และเพื่อเตรียมพร้อมต่อความท้าทายทางการค้าและการแข่งขันในอนาคตที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

ภาคผนวก

สมมติฐานที่อธิบายความแตกต่างระหว่างเครื่องชี้ MPI และการส่งออกสินค้ามี 4 ประเด็น ได้แก่ ด้านความแตกต่างของลักษณะข้อมูล การใช้สินค้าคงคลังสำหรับส่งออกแทนการผลิตใหม่ บทบาทของผู้ค้าที่มากขึ้นในโลกสมัยใหม่ และความแตกต่างของอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ มีดังนี้

สมมติฐานที่ 1: เครื่องชี้การส่งออกเป็นมูลค่า ในขณะที่เครื่องชี้ MPI วัดปริมาณผลผลิต

การส่งออกที่ขยายตัวสูงอาจเป็นผลจากราคาที่เพิ่มขึ้น แต่ด้านปริมาณอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่ราคาของสินค้าบางชนิดปรับเพิ่มขึ้นมากในปีนี้ เช่น ราคาหน่วยความจำเพิ่มขึ้น 75% ภายใน 1 เดือน เมื่อเทียบเดือน ม.ค. 2569 กับ ธ.ค. 2568

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบ MPI กับปริมาณการส่งออก (Quantity Index) พบว่าช่องว่างยังคงมีอยู่มาก กล่าวคือ แม้ตัดผลของราคาออกไปแล้ว การผลิตก็ยังเติบโตต่ำกว่าปริมาณการส่งออก (รูปที่ 7) สะท้อนว่าความแตกต่างระหว่างการส่งออกและเครื่องชี้ MPI ไม่ได้เป็นผลมาจากปัจจัยราคา

รูปที่ 7: ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

ที่มา: สศอ. สศช. และกรมศุลกากร คำนวณโดย ธปท.

สมมติฐานที่ 2: การส่งออกที่ดีอาจเกิดจากการเอาสินค้าคงคลังที่มีอยู่เดิมมาส่งออก จึงไม่จำเป็นต้องเห็นการผลิตใหม่

ข้อมูลดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลังของสินค้าอุตสาหกรรมพบว่ายังไม่ได้ลดลงในระดับที่สอดคล้องกับการขยายตัวของการส่งออก จึงมีโอกาสน้อยที่การระบายสินค้าคงคลังจะเป็นปัจจัยหลักที่จะอธิบายความแตกต่างระหว่างการส่งออกและการผลิตได้ ตรงกันข้าม ตั้งแต่ปี 2568 ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลังปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเมื่อพิจารณาสัดส่วนสินค้าคงคลังต่อยอดขายจากโรงงาน (Inventory-to-Shipment ratio: I/S ratio) พบว่ายังอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงหมวดอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้นมากในระยะหลัง สะท้อนว่าการส่งออกที่ดีไม่ได้มาจากการระบายสินค้าคงคลังเป็นหลัก (รูปที่ 8 และ รูปที่ 9)

รูปที่ 8: ผลผลิตอุตสาหกรรม และสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง

ผลผลิตอุตสาหกรรม และสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง

ที่มา: สศอ. สศช. และกรมศุลกากร คำนวณโดย ธปท.
รูปที่ 9: สัดส่วนสินค้าสำเร็จรูปคงคลังต่อยอดขายหน้าโรงงานเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2559–2562

สัดส่วนสินค้าสำเร็จรูปคงคลังต่อยอดขายหน้าโรงงานเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2559–2562

หมายเหตุ: I/S Ratio (Inventory to Shipment ratio) คือสัดส่วนสินค้าสำเร็จรูปคงคลังต่อยอดขายหน้าโรงงานเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2559–2562 / Electronics คือ หมวด IC & semiconductors และ hard-disk drive (HDD)ที่มา: สศอ. คำนวณโดย ธปท.

สมมติฐานที่ 3: บทบาทของผู้ค้า (trader) และการสวมสิทธิ (transshipment) ในกิจกรรมเศรษฐกิจมีเพิ่มขึ้น

เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น บริษัทจำนวนมากทำหน้าที่เป็นผู้ค้ามากกว่าผู้ผลิต ในบางกรณี สินค้าที่ถูกนำเข้ามาแปรรูปหรือประกอบเพิ่มเติมเล็กน้อยก่อนส่งออก แม้จะมีมูลค่าเพิ่มต่ำ แต่ควรสะท้อนผ่านเครื่องชี้ MPI และอีกประเภทคือ trader ที่ดำเนินการเพียงนำเข้าสินค้ามาเพื่อส่งออกโดยไม่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการกีดกันทางการค้าของโลก ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับ transshipment อย่างไรก็ดี งานศึกษาของ ธปท. เรื่อง “การส่งออกไทยในสมรภูมิ trade war: วิเคราะห์ผลกระทบจากภาษี transshipment ความเสี่ยงใหม่ของผู้ส่งออกไทย” พบว่าปรากฎการณ์ดังกล่าวมีอยู่จริง แต่คิดเป็นเพียง 0.8–4.7% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย (รูปที่ 10) ดังนั้น บทบาทของ transshipment จึงสามารถช่วยอธิบายได้เพียงบางส่วนว่าทำไมการส่งออกจึงเติบโตเร็วกว่าการผลิต แต่ไม่น่าใช่ปัจจัยหลักของความแตกต่างระหว่าง MPI และการส่งออกสินค้า

รูปที่ 10: สัดส่วนมูลค่า transshipment ต่อการส่งออกทั้งหมดไปสหรัฐฯ

สัดส่วนมูลค่า transshipment ต่อการส่งออกทั้งหมดไปสหรัฐฯ

หมายเหตุ: ระยะเวลาในการประเมินคือ ม.ค. 2567–พ.ค. 2568ที่มา: กรมศุลกากร คำนวณโดย ธปท.

สมมติฐานที่ 4: การส่งออกดี แต่การบริโภคในประเทศอ่อนแอ ส่งผลให้การผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศลดลง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเครื่องชี้การบริโภคสินค้าในประเทศที่หักการบริโภคจากสินค้านำเข้าออกแล้ว พบว่ายังมีทิศทางขยายตัวได้ต่อเนื่อง และเริ่มสวนทางกับดัชนี MPI ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา (รูปที่ 11) ปัจจัยด้านอุปสงค์ในประเทศจึงไม่น่าจะอธิบายการอ่อนแรงของภาคการผลิต

รูปที่ 11: ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม และการบริโภคสินค้าภาคเอกชนที่หักการนำเข้า

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม และการบริโภคสินค้าภาคเอกชนที่หักการนำเข้า

ที่มา: สศอ. และ สศช. คำนวณโดย ธปท.

  1. จัดทำโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)↩
  2. จัดทำโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ด้วยการสำรวจข้อมูลการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศ จำนวนโรงงานที่จัดทำดัชนีฯ ครอบคลุมมูลค่าเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 65% ของภาคอุตสาหกรรมไทย และถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าเพิ่มที่อ้างอิงจากสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรมปี 2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ↩
  3. รายละเอียดเพิ่มเติมในภาคผนวก↩
Saranchana Thitisawan
Saranchana Thitisawan
Panisa Santisarun
Panisa Santisarun
Topics: Productivity and Technological ChangeMacroeconomics
Tags: mpimeasurement gapindicator
The views expressed in this workshop do not necessarily reflect the views of the Puey Ungphakorn Institute for Economic Research or the Bank of Thailand.

Puey Ungphakorn Institute for Economic Research

273 Samsen Rd, Phra Nakhon, Bangkok 10200

Phone: 0-2283-6066

Email: pier@bot.or.th

Terms of Service | Personal Data Privacy Policy

Copyright © 2026 by Puey Ungphakorn Institute for Economic Research.

Content on this site is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 3.0 Unported license.

Creative Commons Attribution NonCommercial ShareAlike

Get PIER email updates

Facebook
YouTube
Email