มุมมองจากฟ้า: เมื่อข้อมูล “แสงไฟ” บอกเราว่าการฟื้นตัวของหาดใหญ่ไม่ได้เท่ากัน
เมื่อเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่าง “หาดใหญ่” ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา คำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับภาครัฐและผู้วางนโยบายคือ “ตอนนี้หาดใหญ่ฟื้นตัวไปถึงไหนแล้ว ใครยังต้องการความช่วยเหลืออยู่”
โดยปกติแล้ว กว่าเราจะรู้คำตอบนี้อย่างเป็นทางการอาจต้องรอข้อมูล GDP รายจังหวัดหรือตัวเลขการบริโภคซึ่งมักจะล่าช้าเป็นรายไตรมาส ซึ่งบางครั้งอาจสายเกินไปสำหรับการเยียวยาที่ตรงจุด แม้เราจะพยายามหาเครื่องชี้ที่เร็วกว่านั้นมาทดแทน แต่แต่ละอย่างก็ยังมีข้อจำกัดในตัวเอง เช่น ข้อมูล VAT ที่ใช้ยอดขายของผู้ประกอบการมาประเมินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ก็ยังมีความถี่เป็นรายเดือน และที่สำคัญคือ ข้อมูล VAT มักสะท้อนเฉพาะธุรกิจในระบบ ไม่เห็นภาพรวมของกลุ่มเศรษฐกิจนอกระบบที่อาจจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด
การลงพื้นที่สำรวจ เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด แต่ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล ทั้งงบประมาณและกำลังคน หากจะทำบ่อยๆ เพื่อติดตามการฟื้นตัวทุกสัปดาห์ในพื้นที่กว้างอย่างหาดใหญ่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ
ปัจจุบันจึงมีการนำเอาข้อมูลอื่นเข้ามาช่วยให้ผู้วางนโยบายเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ในเวลาที่รวดเร็วขึ้น ในกรณีของน้ำท่วม หรือภัยพิบัติที่ครอบคลุมพื้นที่กว้าง เราสามารถใช้ข้อมูลความถี่สูงอย่าง "ภาพถ่ายดาวเทียมแสงไฟยามค่ำคืน" (nightlight data) มาเป็นเครื่องมือช่วยให้เราเห็นภาพเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องขึ้น
ข้อมูลจากดาวเทียมเข้ามาเติมเต็มช่องว่างที่ข้อมูลอื่นยังขาดอยู่ ด้วยคุณสมบัติเด่นดังต่อไปนี้
- ความรวดเร็ว และความถี่สูง: มีข้อมูลชุดใหม่เข้ามาทุกวัน (แม้ในเชิงปฏิบัติอาจต้องรอข้อมูลจากหลาย ๆ วันมาประมวลผลเพื่อลดสัญญาณรบกวน) ทำให้เห็นชีพจรเศรษฐกิจในขณะนั้น ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
- ความละเอียดระดับพื้นที่: ดาวเทียมไม่ได้รายงานเป็นภาพรวมจังหวัด อำเภอ แต่สามารถบอกได้รายพิกัด ทำให้เราเห็นชัดว่า ชุมชนไหนยังมืด ซึ่งเครื่องชี้ทางภาษีหรือยอดขายไม่สามารถระบุตำแหน่งได้แม่นยำขนาดนี้
- ต้นทุนต่ำ: การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมมีต้นทุนต่ำกว่าการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปเดินสำรวจในพื้นที่จริงมาก
เมื่อเรานำภาพถ่ายดาวเทียมจากโครงการ Black Marble ของ NASA ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 (ก่อนน้ำท่วม) วันที่ 2 ธันวาคม 2568 (ช่วงหลังน้ำลดใหม่ ๆ) และวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ในบริเวณเทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลนครสงขลา และพื้นที่นอกเมือง โดยใช้ค่ามัธยฐานของความสว่างของแสงไฟในพื้นที่ต่าง ๆ มาเปรียบเทียบ ให้ค่าความสว่างช่วงก่อนน้ำท่วมเป็น 100 จะพบความไม่เท่าเทียมของการฟื้นตัว
| ช่วงเวลา | ก่อนน้ำท่วม 1 พ.ย. 2025 | ช่วงน้ำท่วม 2-3 ธ.ค. 2025 | หลังน้ำท่วม 27 ก.พ. 2026 |
|---|---|---|---|
| พื้นที่เขตเมือง | |||
| เทศบาลนครหาดใหญ่ | 100.7 | 97.4 (97) | 105.9 (105) |
| เทศบาลนครสงขลา | 40.2 | 37.6 (93) | 38.5 (96) |
| พื้นที่นอกเขตเมือง | 0.5 | 0.1 (12) | 0.2 (34) |
- พื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ (สีแดง) ค่าความสว่างลดลงไปเล็กน้อยเท่านั้น ในช่วงน้ำท่วม และฟื้นตัวกลับมาสว่างกว่าช่วงก่อนน้ำท่วม 5%
- พื้นที่เทศบาลนครสงขลา (สีส้ม) ค่าความสว่างลดลงไป 7% ในช่วงน้ำท่วม และยังฟื้นตัวกลับมาไม่เต็มที่ โดยอยู่ต่ำกว่าช่วงก่อนน้ำท่วมประมาณ 4%
- พื้นที่เขตนอกเมือง: ค่าความสว่างลดลงไปถึง 88% เทียบกับช่วงก่อนน้ำท่วม และฟื้นตัวกลับมาสว่างเพียง 34% เมื่อเทียบกับความสว่างในช่วงก่อนน้ำท่วม
จะเห็นได้ว่า ธุรกิจหรือความเป็นอยู่ของชุมชนเมืองค่อนข้างจะกลับมาอยู่ในระดับก่อนน้ำท่วมแล้ว ขณะเดียวกัน พื้นที่นอกเมืองยังคงไม่ฟื้นตัว และอาจเป็นกลุ่มคนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากในการกลับมาเริ่มต้นใหม่
ข้อมูลภาพถ่ายแสงไฟยามค่ำคืน ช่วยให้ผู้ดำเนินนโยบายในภาพรวมทำงานรวมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้รัฐสามารถ "จัดลำดับความสำคัญ" (prioritization) ได้ แทนที่จะกระจายทรัพยากรไปทั่วทุกจุด รัฐสามารถเร่งอัดฉีดงบประมาณและมาตรการฟื้นฟูเข้าสู่พื้นที่ที่ฟื้นตัวช้าและยังต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อให้งบประมาณทุกบาทถูกใช้ไปในจุดที่มีความต้องการสูงสุด
นอกจากนี้ ผู้ดำเนินนโยบายยังสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการเปรียบเทียบเส้นทางการฟื้นตัว (recovery path) ทั้งระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ และระหว่างภัยพิบัติครั้งนี้กับครั้งก่อน ๆ เพื่อเรียนรู้ว่ามาตรการใดที่ได้ผลดี และมาตรการใดที่อาจต้องปรับปรุงในอนาคตด้วย








