การปฏิรูประบบเกษตรและอาหารไทย: เสริมพลังเกษตรกร สร้างภูมิคุ้มกันด้วยนวัตกรรม

อนาคตเกษตรไทย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการผลิตมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการสร้าง "ระบบ" ที่ช่วยให้เกษตรกรผลิตได้ดีขึ้น ปรับตัวได้เร็วขึ้น และมีรายได้ที่ยั่งยืน
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ได้มีการจัดงาน "การปฏิรูประบบเกษตรและอาหารไทย: เสริมพลังเกษตรกร สร้างภูมิคุ้มกันด้วยนวัตกรรม" (Reinventing Thai Agrifood Systems: Empowering Farmers, Building Resilience through Innovation) โดยเป็นกิจกรรมคู่ขนานของการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ภายใต้ความร่วมมือของ 8 หน่วยงาน ได้แก่ สกสว. สวก. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ธ.ก.ส. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ TDRI และสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย
ภายในงาน ผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน ได้ร่วมกันฉายภาพความท้าทายสำคัญของภาคเกษตรและอาหารไทยที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภาพทางการเกษตรที่เติบโตช้า การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในภาคการผลิตที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตรและอาหารที่ยังทำได้ไม่เต็มศักยภาพ ขณะที่ห่วงโซ่คุณค่าของภาคเกษตรไทยยังมีลักษณะกระจัดกระจาย (fragmented value chain) ทำให้ผลประโยชน์และโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มไม่ถูกส่งต่ออย่างทั่วถึงตลอดทั้งระบบ
ผู้ร่วมงานเห็นพ้องกันว่า การยกระดับภาคเกษตรและอาหารไทยจำเป็นต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ การเพิ่มผลิตภาพตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า การเชื่อมโยงผู้เล่นในระบบเกษตรและอาหารให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากร ความรู้ และนวัตกรรมของไทย
ข้อเสนอสำคัญที่ได้รับการเน้นย้ำ ได้แก่ การฟื้นฟูระบบวิจัยและพัฒนาการเกษตร การเสริมสร้างศักยภาพและความสามารถในการปรับตัวของเกษตรกร การปรับรูปแบบการอุดหนุนให้เอื้อต่อการยกระดับผลิตภาพและการเปลี่ยนผ่านของภาคเกษตร ตลอดจนการดึงศักยภาพของภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการขับเคลื่อนนวัตกรรม การลงทุน และการเชื่อมโยงตลาด
เพราะการสร้างภาคเกษตรที่เข้มแข็งไม่ได้หมายถึงเพียงการช่วยเกษตรกรให้อยู่รอดในวันนี้ แต่คือการสร้างระบบเกษตรและอาหารที่ช่วยให้เกษตรกรไทย ผลิตได้ดีขึ้น สร้างมูลค่าได้มากขึ้น ปรับตัวต่อความเสี่ยงได้ดีขึ้น และแข่งขันได้ในโลกอนาคต
tip
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้สรุปประเด็นสำคัญของงานนี้ลงในบทความเศรษฐศาสตร์เข้า "ท่า" เรื่อง "ถึงเวลาพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหารไทยสู่การสร้างผลิตภาพ เพิ่มมูลค่า และเสริมภูมิคุ้มกันทั้งระบบ" ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดของงานเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ของสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย







