คุณเจตวัฒน์ ภัทรรังรอง บรรยายในหัวข้อ “Trade Diversion, Supply-Chain Reconfiguration, and Rerouting During the U.S.–China Trade War”
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 คุณเจตวัฒน์ ภัทรรังรอง นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้เข้าร่วมนำเสนองานวิจัยในงาน "The New Dynamics of International Finance and Trade: Geoeconomics, Supply Chains, and the Future of Global Integration" ซึ่งจัดขึ้นที่ Shanghai University of Finance and Economics ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยคุณเจตวัฒน์ ได้นำเสนองานวิจัยเรื่อง "Trade Diversion, Supply-Chain Reconfiguration, and Rerouting During the U.S.–China Trade War" ซึ่งศึกษาผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในปี 2018 ว่ากระทบต่อประเทศที่สามนอกจากสหรัฐฯและจีนได้อย่างไรบ้าง โดยงานศึกษานี้มุ่งเน้นผลกระทบที่มีต่อผ่านภาคการส่งออกสินค้าของไทยโดยใช้ฐานข้อมูลการส่งออกสินค้าของกรมศุลกากร
ผลการศึกษาพบว่า การขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ต่อสินค้านำเข้าจากจีนในช่วงนั้นได้เพิ่มการส่งออกของไทยโดยเฉพาะสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพื่อทดแทนสินค้าจีนที่ถูกเก็บภาษี (trade diversion) แต่การส่งออกไม่ได้เพิ่มขึ้นทันทีโดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3–4 ปี ภายหลังเกิดสงครามการค้าขึ้น ขณะที่การขึ้นภาษีของจีนต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ กระทบต่อการส่งออกไทยอย่างจำกัด
นอกจากนี้ การส่งออกของไทยที่เพิ่มขึ้นเกิดจากทั้งการสวมสิทธิ์ของสินค้าจีนโดยใช้ไทยเป็นทางผ่านเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ (transshipment) และการนำเข้าวัตถุดิบจากจีนที่มากขึ้นสะท้อนความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานกับจีน (supply chain reallocation) ภายหลังคำนึงถึงปัจจัยทั้งสองอย่างแล้วการเพิ่มขึ้นของส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ยังสามารถก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ







