ดีเดย์มาตรการ CBAM 1 ม.ค. 69: ผู้ส่งออกไทยพร้อมแค่ไหนกับการคิดราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของยุโรป และควรรับมือเชิงรุกอย่างไร
เนื้อหาการบรรยายในงาน PIER Research Brief นี้ ถูกกลั่นกรองจากบทความ "มาตรการ CBAM น่ากังวลแค่ไหนสำหรับสินค้าส่งออกของไทย? และเราควรรับมือกันอย่างไร?"
ดร.กรรณิการ์ ธรรมพานิชวงค์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้บรรยายในหัวข้อ "ดีเดย์มาตรการ CBAM 1 ม.ค. 69: ผู้ส่งออกไทยพร้อมแค่ไหนกับการคิดราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของยุโรป และควรรับมือเชิงรุกอย่างไร" ในงาน PIER Press Brief ครั้งที่ 1/2569
โดย ดร.กรรณิการ์ ได้เล่าว่า นับตั้งแต่ที่สหภาพยุโรป (EU) เริ่มประกาศที่จะใช้มาตรการ CBAM ในปี 2020 มูลค่าการส่งออกสินค้า CBAM ของไทยไป EU ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับสินค้าประเภทอื่น นอกจากนี้ มาตรการ CBAM ยังสร้างผลกระทบทางอ้อมไปยังสินค้ากลุ่มอื่นที่อยู่นอกขอบเขตของ CBAM ด้วย เนื่องจากผู้ส่งออกมีแนวโน้มที่จะส่งสินค้าทั้งหมดไปพร้อม ๆ กันเพื่อประหยัดต้นทุนค่าขนส่ง
อย่างไรก็ดี มาตรการ CBAM ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยกลุ่มต่าง ๆ แตกต่างกัน โดยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่เนื่องจากข้อจำกัดด้านเงินทุนและเทคโนโลยี ภาครัฐจึงจำเป็นต้องเร่งสนับสนุนทั้งในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการ CBAM การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ การเพิ่มจำนวนผู้ทวนสอบที่ EU รับรองในประเทศไทย รวมถึงการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตได้ทันท่วงทีและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ภายในงาน ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้สะท้อนอุปสรรคสำคัญในการปรับตัวของผู้ส่งออกไทยเพิ่มเติมในประเด็นดังนี้:
- ความท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากพลังงานที่ใช้กระบวนการผลิต (Scope 2) อุปสรรคสำคัญของผู้ประกอบการคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานความร้อน ซึ่งผู้ประกอบการไม่สามารถควบคุมเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าได้ อีกทั้งยังเผชิญข้อจำกัดด้านกฎระเบียบในการซื้อไฟสะอาดที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน








