ปฏิรูปภาคเกษตรไทยให้ไร้ควัน: ข้อค้นพบจากการทดลองภาคสนามและนัยเชิงนโยบาย
เนื้อหาการบรรยายในงาน PIER Research Brief นี้ ถูกกลั่นกรองจากบทความ "ปฏิรูปภาคเกษตรไทยให้ไร้ควัน: ข้อค้นพบจากการทดลองภาคสนามและนัยเชิงนโยบาย"
ดร.กรรณิการ์ ธรรมพานิชวงค์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ รศ. ดร.ภูมิสิทธิ์ มหาสุวีระชัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ รศ. ดร.วิษณุ อรรถวานิช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้บรรยายในหัวข้อ "ปฏิรูปภาคเกษตรไทยให้ไร้ควัน: ข้อค้นพบจากการทดลองภาคสนามและนัยเชิงนโยบาย" ในงาน PIER Research Brief ครั้งที่ 5/2569
คณะนักวิจัยได้ชี้ว่า การเผาในภาคเกษตร โดยเฉพาะการเผาในนาข้าว ข้าวโพด และอ้อย ยังคงเป็นแหล่งกำเนิดหลักของฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทุกปีแม้ภาครัฐจะพยายามใช้มาตรการควบคุมมาอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลจุดความความร้อนที่รายงานโดย GISTDA พบว่า จุดความร้อนในพื้นที่เกษตรกว่า 45% เกิดขึ้นในนาข้าว สะท้อนให้เห็นว่านโยบาย "ห้ามเผา" แบบเดิมยังไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกรได้อย่างแท้จริง
สาเหตุหลักที่เกษตรกรยังเลือกการเผาเนื่องจากเป็นวิธีการที่ "รวดเร็ว ง่าย และต้นทุนต่ำ" เมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น อีกทั้ง เกษตรกรยังมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างทั้งในมิติของตลาดรับซื้อเศษวัสดุที่มีจำกัด การเข้าถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ไม่ทั่วถึง ข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำ รวมถึงการขาดความตระหนักรู้ จึงทำให้การเผายังคงถูกมองว่าเป็นเรื่องเหมาะสมในมุมมองของเกษตรกร
ข้อค้นพบจากงานวิจัยชี้ว่า การให้แรงจูงใจทางการเงินแก้เกษตรกรนั้นสำคัญ แต่ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมได้ยั่งยืน รัฐจำเป็นต้องอาศัยการใช้แรงจูงทางการเงินควบคู่กับกลไกสนับสนุนอื่น ๆ โดยคณะผู้วิจัยได้ทิ้งท้ายถึงข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อปฏิรูปการเผาในภาคเกษตรไทย ดังนี้:
- ควรออกแบบเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขและกำหนดระยะเปลี่ยนผ่าน: ใช้แรงจูงใจทางการเงินเพื่อช่วยให้เกษตรกรปรับตัวในช่วงแรก จนกว่าระบบตลาดเศษวัสดุทางการเกษตรและเทคโนโลยีจะเข้มแข็งพอที่จะดำเนินการได้เองอย่างยั่งยืน
- สร้างระบบตลาดเศษวัสดุและระบบโลจิสติกส์: พัฒนาตัวกลางและระบบโลจิสติกส์เพื่อเปลี่ยนเศษวัสดุให้เป็นมูลค่าและรายได้เสริมที่คุ้มค่า
- พัฒนาและสนับสนุนระบบบริการเครื่องจักร: อุดหนุนและกระจายการเข้าถึงเครื่องจักรกลให้ทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล
- ใช้ข้อมูลดาวเทียมในการติดตามตรวจสอบ: ใช้ประโยชน์จากข้อมูลดาวเทียมในการติดตาม ตรวจสอบ พร้อมเชื่อมโยงกับการตรวจสอบภาคสนาม เพื่อให้การบังคับใช้มาตรการมีความโปร่งใส










