4 มีนาคม 2568
20251741046400000World Bank x PIER Climate Finance Policy Forum
Panyapaisarn Room, Bank of Thailand
กำหนดการ
| 9:00 | Welcome and Opening Remarks by |
| 9:15 | Presentation on “Global and regional climate finance landscape” as a part of the World Bank’s Finance and Prosperity 2024 by |
| 9:45 | Presentation on “Landscape of climate finance in Thailand” by |
| 10:15 | Q&A session |
| 10:25 | Break |
| 10:40 | Roundtable Discussion "Shaping research and policy on climate finance in Thailand" Discussants Moderators |
| 11:40 | Open discussion by all participants |
| 12:15 | Wrap-up and next steps by |
| 12:30 | Lunch break |
บทสรุป
จัดโดย: ธนาคารโลกร่วมกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์
- ความเสี่ยงทางกายภาพและการระดมทุน: กลุ่มประเทศ EMDEs เผชิญกับความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับสูง อย่างไรก็ตาม การระดมทุนเพื่อการปรับตัว (Adaptation Financing) ยังมีสัดส่วนน้อยและส่วนใหญ่จำกัดอยู่เพียงแหล่งเงินทุนจากภาครัฐ
- บทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล: ธนาคารกลางและหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินได้เริ่มกำหนดนโยบายบริหารจัดการความเสี่ยง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ตัวอย่างการดำเนินงานในต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ โคลอมเบีย โมร็อกโก
- เครื่องมือเชิงนโยบายรูปแบบใหม่: หน่วยงานกำกับดูแลภาคธนาคารได้นำเครื่องมือใหม่ๆ มาใช้เพื่อส่งเสริมการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) เช่น การจัดทำแผนการปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Transition Plan), การวางกรอบการกำกับดูแลหลังเกิดภัยพิบัติ (เช่นในฟิลิปปินส์) และการดำเนินมาตรการสนับสนุนการเติมสภาพคล่องแบบเจาะจงเป้าหมาย (Targeted Refinancing Operations)
- ความต้องการเงินทุนตามเป้าหมาย NDC: จากการประมาณการเบื้องต้น (อ้างอิงตาม NDC ฉบับก่อนหน้า) ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้เงินทุนสูงถึง 5 ล้านล้านบาท สำหรับเป้าหมายที่ดำเนินการได้เอง (Unconditional Target) และอาจสูงถึง 7 ล้านล้านบาท สำหรับเป้าหมายที่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากนานาชาติ (Conditional Target)
- กลไกการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance): ถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงของไทยให้สามารถบรรลุเป้าหมาย NDC ได้ โดยสถาบันการเงินแต่ละแห่งจำเป็นต้องจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) ของตนเองอย่างชัดเจน
- การส่งเสริมการลงทุนจากภาคเอกชน: ระบุอุปสรรคในการลงทุนรายเซกเตอร์ พร้อมพัฒนาต้นแบบการลดความเสี่ยง (De-risking) รวมถึงมาตรการจูงใจและเครื่องมือทางการเงินเพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากเอกชนเข้าสู่โครงการด้านการปรับตัว
- นวัตกรรมทางการเงิน: ศึกษาและประยุกต์ใช้รูปแบบการเงินนวัตกรรม เช่น การเงินแบบผสมผสาน (Blended Finance)
- การบูรณาการด้านงบประมาณ: ผนวกประเด็นการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศเข้ากับแผนพัฒนาและกระบวนการจัดทำงบประมาณทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น
- การเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้: พัฒนาระบบติดตามและรายงานผล (Tracking and Reporting) พร้อมกำหนดกลไกความรับผิดชอบที่ชัดเจน
- นิยามและการประเมิน: ขาดนิยามกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านการปรับตัว (Adaptation Taxonomy) ที่ชัดเจน ส่งผลให้ยากต่อการประมาณการผลกระทบโดยตรงและผลกระทบต่อเนื่อง รวมถึงความท้าทายด้านความคุ้มค่าของการลงทุนในมุมมองธนาคาร (Bankability)
- ความท้าทายของภาคธนาคาร: ประสบความยากลำบากในการประเมินผลกระทบจากความเสี่ยงทางกายภาพต่อพอร์ตสินเชื่อและการประมาณการความเสียหายทางการเงิน
- การสนับสนุนการดำเนินงาน: ธนาคารพาณิชย์ยังต้องการการสนับสนุนด้านการใช้ Taxonomy การประเมินความเสี่ยง และการวางระบบรายงานผล
- ข้อมูลด้านอุปสงค์และแบบจำลอง: ยังขาดงานวิจัยด้านอุปสงค์ (เช่น ผลประโยชน์ทางการเงินจากการเลือกใช้กลยุทธ์ลดคาร์บอนที่ต่างกัน) และขาดแบบจำลองสถานการณ์จำลองสภาพภูมิอากาศ (Climate Scenario) ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับประเทศไทย
- การทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Testing): สถาบันการเงินยังขาดข้อมูลด้านภูมิอากาศที่เพียงพอและขาดฟังก์ชันการประเมินความสูญเสีย (Loss Function) ที่แม่นยำ








